วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 11 24 October 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

 24 October 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.


ความรู้ที่ได้รับ(The knowledge gained)
-ได้รับความรู้เรื่อง การประดิษฐ์ของเล่นที่ส่งเสริมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยมีการเเลกเปลี่ยนที่เพื่อนได้ออกมานำเสนอเพื่อเเลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันเเละกัน

-อาจารย์ได้เอาตัวอย่างการเขียนแผนมาให้นักศึกษาได้ศึกษาดูเพิ่มเติม โดยต้องเชื่อมโยงกับกรอบมาตรฐาน โดยตัวอย่างรายละเอียดการเขียนแผนมีเนื้อหาสาระที่ครบถ้วน เเละสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการนำไปบูรณาการในการเขียนเเผนในวิชา วิทยาศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น

สื่อวิทยาศาสตร์





กิจกรรมประจำวันนี้
     
     -นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์

การนำไปประยุกต์ใช้

       การประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์สามารถนำไปสอนเด็กได้ในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ช่วยฝึกให้เด็กรู้จักประหยัดอดออม ทำให้เด็กรู้สึกภูมิใจในการประดิษฐ์ของเล่นของตนเองจากวัสดุที่เหลือใช้ ช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดทักษะการคิด และทำให้เด็กรู้จักการวางเเผนการทำงาน ทำให้เด็กได้เเลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ของเขาให้กับเพื่อนๆฟัง ในการนำเสนอผลงานของเขาเอง

เทคนิคการสอน 

อาจารย์บรรยาย และยกตัวอย่างให้นักศึกษาได้เกิดความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น 

ประเมิน(Evaluation)

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ค่อยให้คำเเนะนำกับนักศึกษาในการประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์ ที่นักศึกษาทำสื่อการสอนที่ไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และอาจารย์บอกแนวทางเเก้ไขให้กับนักศึกษาที่ทำของเล่นที่ไม่ได้ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ อาจารย์เเนะนำให้ดิฉันฝึกพูดหน้าชั้นเรียนเเละบอกวิธีการการพูดนำเสนอ ของเล่นให้เพื่อนๆ ฟัง และดิฉันจะเอาคำเเนะนำที่อาจารย์บอกจะนำไปปฏิบัติในการนำเสนองานทุกครั้งคะ

ประเมินตัวเอง : ดิฉันไม่ค่อยมีความพร้อมในการนำ ของเล่นวิทยาศาตร์ เพราะดิฉันไม่ได้เตรียมมานำเสนอครั้งนี้มากเท่าไร แต่ดิฉันจะเอาคำเเนะนำที่อาจารย์ค่อยบอกไปเป็นเเนวทางในการเรียนการสอนในวิชานี้

ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆบางคนมีการทำของเล่นออกมาดีเเละมีความพร้อมในการนำเสนอของเล่น แต่เพื่อนบางคนทำไม่ได้ทำของเล่นเเต่ทำการทดลองเเทน












บันทึกครั้งที่ 10 18 October 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

18 October 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.



ความรู้ที่ได้รับ(The Knowledge Gained )

-อาจารย์ทบทวนการเขียนเเผนการสอนให้กับนักศึกษา
-อาจารย์เเบ่งการนำเสนอการแผนการสอนโดยเเบ่งตามเกณฑ์ ได้ดังนี้
 1.กลุ่มกล้วย                           6.กลุ่มเเปรงสีฟัน
 2.กลุ่มกบ                               7.กลุ่มผีเสื้อ
 3.กลุ่มกะหลํ่าปลี                    8.กลุ่มไก่
 4.กลุ่มส้ม                               9.กลุ่มปลา 
5.กลุ่มดอกมะลิ                
-อาจารย์ให้นักศึกษษประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์ของเเต่ละคน

เทคนิคการสอน

อาจารย์อธิบายเเผนการสอน เเละยกตัวอย่างให้นักศึกษาเด็กการเรียนรู้

การประเมิน(Evaluation)


อาจารย์:อาจารย์มีความพร้อมในการเรียนการสอน อาจารย์อธิบายเเละมีการยกตัวอย่างให้นักศึกษาได้ศึกษาดูอย่างง่ายด้วย

ตนเอง:ดิฉันเข้าห้องเรียนขาด ดิฉันตั้งใจทำกิจกรรมที่อาจารย์สอนเเละพร้อมจดบันทึก เข้าใจเวลาอาจารย์ยกตัวอย่างให้นักศึกษาดู  ร่วมตอบคำถามเวลาอาจารย์ถาม

เพื่อน: เพื่อนๆเข้าห้องเรียนตรงต่อเวลา เเละเพื่อนบางคนมีการจดบันทึกการเรียนการสอนทุกครั้ง และพร้อมคำถามเวลาอาจารย์ถาม







วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 9 17 October 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

17 October 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.


ความรู้(The Knowledage gained)
อาจารย์สอนเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับการเขียนแผนการสอนโดยคำนึงสาระที่ควรเรียนรู้ซึ่งมีอยู่ 4 ด้าน ซึ่งมีนักวิชาการเป็นคนเขียน 
การเลือกหัวข้อเรื่องที่จะเขียนเเผนจะต้องคำนึงถึง ดังนี้ 
1.)สภาพเเวดล้อม
2.)บริบท
หลักการเรียนหัวเรื่องที่ต้องคำนึงสิ่งที่ ดังนี้
-เรื่องใกล้ตัวเด็ก
-บุคคลใกล้ตัวเด็ก
-ธรรมชาติหรือชุมชนทั้งหลาย
ทักษะเเละประสบการณ์ไม่เน้นเนื้อหา
ให้เด็กมีประสบการณืสำคํญหรือทักษะ:การให้เด็กลงมือกระทำ
การบูรณาการสอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้>ปรับปรุงการเรียนรู้ใหม่>สมอง>เกิดการคิด
เอาเนื้อหามาออกแบบแผนการสอนต้องเก็บไว้กับตนเอง
เนื้อหาสาระที่เขียนชื่อ 
วัตถุประสงค์>คาดหวัง บอก อธิบาย พูด เขียนหรือวาดรูป หรือประดิษฐ์ สร้างชิ้นงาน ร้องเพลง ท่องคำคล้องจ้อง เล่านิทาน คือ ตัวที่สะท้อนการเเสดงคือการวัดการเรียนรู้ บางตัวจะอยู่ในกิจกรรมศิลปะหรือกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เลียนเเบบ บทบาทสมมุติ กิจกรรมเสรี/กิจกรรมกลางเเจ้ง เด้กบอกชนิดของกะหลํ่าปลีได้ สาระการเรียนรู้ กะหลํ่าปลีมีหลายชนิดที่เเตกต่างกัน เด็กบอกได้เเสดงว่าเด้กเกิดการเรียนรู้
ประสบการณ์สำคัญ 
-ด้านสติปัญญา ภาษา เด็กบอกชื่อกบ เด็กใช้คำเชื่อมระหว่างภาพกับคำ การคิดทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์  คิดเชิงเหตุผล ตัวอย่าง กบมีหลายที่เเตกต่างกัน ได้การนับจำนวนโดยเเทนเลขอฮินดูอาริบิก ต้องไปดูกรอบมาตรฐายวิทยาศาสตร์ ทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะการสังเกต  
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
เพลง>รูปภาพ/ปริศนาคำทาย/ภาพตัดต่อ/นิทาน/คำคล้องจ้อง 
เด็กจะตอบคำถามจ้าประสบการณ์เดิมของเด็กที่อยู่ในประสบการณ์สำคัญเเล้วก็จะต้องนำจำนวน 
พอนับจำนวนเสร็จเลขกำกับหรือเขียนเลขฮินดูอารบิก ถ้าเป็นเด็กเล็กก็จะต้องนำตัวเลขมาติดที่รูป
การนับจำนวนหรือเเทนค่าจำนวน เพราะฉะนั้นเราก็ตามขั้นตอนนี้ก็จะดีเเล้ว ถ้าเป็นเด็กโตจะต้องเขียน Mind 
วัตถุประสงค์
เด็กบอก 
เด็กนับจำนวน
เด็กบอกภาษา
เด็กสังเกตและบอกชื่อ
สาระการเรียน 
เช่น กะหลํ่าปลี่ มีหลายชนิดที่เเตกต่างกัน
จะต้องส่งเสริมเด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
เราถามคำถาเพิ่มเติมนอกเหนือจากในเพลง เช่น เด็กๆรู้กกบนอกเหนือจากนี้ไหม 
คุณครูจะต้องสรุปผลงานของเด็กลงใน Mind ให้เด็กดูภาพเเล้วนับจำนวน เเล้วสรุปให้เด็กฟัง เราจะต้องฟัง
การวัดประเมิน 
สังเกตการร่วมกิจกรรมเเละตอบคำถาม 
เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบบันทึกพฤติกรรมเด็กหลังการสอน
การบูรณาการ : คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม สุขศึกษา/พละศึกษา 
ลักษณะ สี กลิ่น รส พื้นผิว รูปทรง  ส่วนประกอบ เด็กบอกลักษณะ ส่งเสริมด้านภาษา /เป็นปริศนาคำทาย สิ่งมีชีวิต / ใช้คำถามเพื่อทบทวนความจำ คุณครูก็จะเขียน   Mind เราจะต้องเอามายกตัวอย่าง 2 ชนิด เด็กก็จะสังเกตลักษณะ 
เทคนิคการสอน 
อาจารย์มีเทคนิคการสอนการเขียนแผนที่เข้าใจง่ายเเละสามารถนำไปเป็นเเนวในการเขียนเเผนใน
การบูรณานาการฝึกสอนในการสอนจริง

การปะเมินผล(Evaluation) 
                  
              ประเมินตนเอง ตั้งใจดูตัวอย่างการเขียนแผนการสอนและตั้งใจทำกิจกรรมที่อาจารย์สอน ตั้งฟังอาจารย์ให้ข้อเเนะนำและอธิบายแผนการสอน และตอบคำถามร่วมกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน 

              ประเมินเพื่อน (Friends) 
    
                เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์และร่วมกันแสดงความคิดเห็น  และจดบันทึกแผนการสอนในชั้นเรียนที่อาจารย์ยกตัวอย่างประกอบให้นักศึกษาฟัง และทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

                 ประเมินอาจารย์ (Teachers) 
                  
                  อาจารย์มีเทคนิคในเรื่อง การสอนเเผน โดยนำเสนอผ่านกิจกรรมได้น่าสนใจมีการเตรียมสื่อการสอนโดยให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม และอาจารย์อธิบายเนื้อหาสาระให้นักศึกษาเข้าใจโดยผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และยกตัวอย่างประกอบ


        




วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8 10 October 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

10 October 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.



MIDTERM EXAM

OF THE COURSE













บันทึกอนุทินครั้งที่ 7 3 October 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

3 October 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.



ความรู้ที่ได้รับ(The knowledge gained)

ได้ความรู้เพิมเติ่มมากมายจากการนำเสนอบทความของเพื่อนๆ และได้รับความรู้การประดิษฐ์สื่อการสอนวิทยาศาสตร์ของเด็กที่สมารถนำสิ่งที่เหลือใช้มาทำสื่อการสอนให้เด็กปฐมวัยได้และช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักเเนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่ 1 
ประดิษฐ์(invention)สื่อการเรียนวิทยาศาสตร์(Science)
อุปกรณ์(Equipment) 
    1.paper     2.แกนกระดาษทิชชู   3.Magic  4.rope 5.Glue 6.Hole  7.Scissors 8.pencill
วิธีทำ(How  Do)
1. เตรียมกระดาษทิชชู 
2. แบ่งกระดาษทิชชูทางขวางออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน 
3.เลือกเเกนกระดาษทิชชูมา 1 แกน แล้วที่เจาะรูตรงกลางทั้ง 2 ด้าน ดังภาพ
4.นำเชือกมาตัดขนาด 1 วา
5.นำเชือกมาสอดเข้ารูทั้ง 2 ด้าน สอดสลับขึ้นลง ดังภาพ
6. เเล้วผูกปมที่ปลายเชือก
7.นำกระดาษ ( paper ) มาตัดขนาด 3*4 
8.นำเเกนกระดาษทิชชูมาวางไว้ตรงกลางกระดาษ แล้ววาดวงกลมรอบวงนอกของเเกนกระดาษทิชชู
9.วาดรูปตามใจชอบบริ้เวณตรงกลาง
10.ตัดตามรองที่ขีดเส้นออก
11.แล้วนำรูปที่ตัดออกมาทากาวแล้วแปะลงไปที่ด้านใดด้านหนึ่่งของเเกนกระดาษทิชชูจะได้ผลงานกระดาษทิชชู ดังภาพ

กิจกรรมที่ 2
เพื่อนๆนำเสนอบทความ

การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ด้วยการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร

ชื่อบทความ การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ด้วยการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร
ผู้เขียน วณิชชา สิทธิพล




สอนลูกเรื่องเเสงและเงา 
ชื่อบทความ สอนลูกเรื่องแสงเเละเงา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปุบผา เรืองรอง


การสอนลูกเรื่องแสงและเงา (Teaching Children about Light and Shadow) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับแสง ซึ่งเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่สิ่งมีชีวิตรับรู้ได้ด้วยตา เป็นเหตุให้มองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเราได้และเงา ซึ่งหมายถึง รูปร่างของวัตถุที่แสงผ่านทะลุไม่ได้ ทำให้แลเห็นเป็นเงาตามรูปร่างของวัตถุนั้น
เด็กจะได้เรียนรู้ถึงแหล่งกำเนิดแสง หรือสิ่งที่ปล่อยแสงออกมา ได้แก่
ดวงอาทิตย์ ที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด
สัตว์และพืชบางชนิดมีแสง
การเผาไหม้ของวัตถุบางชนิด เช่น พืช แก๊ส เทียนไข น้ำมัน ฯลฯ ทำให้เกิดแสง
แสงบางชนิดมนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น เช่น แสงไฟฟ้า ไฟฉาย กล้องถ่ายรูป ฯลฯ
แสงจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว แสงจากพืชและสัตว์บางชนิด และแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆที่คนเราทำขึ้น เช่น จากการจุดไฟ เปิดไฟฟ้า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกและจักรวาล และเป็นประโยชน์ที่ทำให้คนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะมีแสงสว่างช่วยให้คนเรามองเห็น และแสงทำให้เกิดเงา ร่มเงาก็เป็นประโยชน์สำหรับสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ได้อาศัยคลายร้อน ในขณะเดียวกัน หากไม่รู้ถึงโทษของสิ่งเหลานี้ ก็จะทำให้เกิดอันตรายจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การที่เด็กๆเพ่งมองดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงจ้า ก็จะเป็นอันตรายแก่สายตา หรือการที่ปล่อยให้แสงแดดแผดเผาผิวกาย ก็เป็นอันตรายต่อผิวหนังคือ เกิดแผลไหม้เกรียม แสงอาจเกิดจากการเผาไหม้ของวัตถุเช่น เทียน แก๊ส น้ำมัน พืช แสงเหล่านี้อาจเกิดการเผาไหม้เองตามธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์ทำให้เกิด เมื่อเกิดแล้ว จะทำให้มลภาวะเป็นพิษในโลกนี้ ดังนั้น ธรรมชาติเรื่องแสงและเงาเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา จึงควรได้จัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย
สอนลูกเรื่องเเรงโน้มถ่วง 
ชื่อบทความ สอนลูกเรื่องเเรงโน้มถ่วง 
ผู้ช่วยศาสราจารย์ ปุบผา เรืองรอง 


การสอนลูกเรื่องแรงโน้มถ่วง (Teaching Children about Gravity) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับแรงที่โลกกระทำต่อวัตถุทุกชิ้น ดึงวัตถุในทิศทางเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก ทำให้วัตถุยึดติดกับพื้นโลก มิให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนผิวโลกหรือบรรยากาศของโลกหลุดลอยไปในอากาศได้ ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยมีนิสัยสงสัยใคร่รู้เป็นโดธรรมชาติ การที่เด็กมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว และเกิดเรื่องราวให้ชวนคิด ชวนให้สงสัยมีมากมาย รวมทั้งคำถามว่า “อะไรที่ทำให้เรายืนอยู่บนพื้นโลกได้โดยไม่ปลิวหายไปในอากาศ” และ “มีใครบ้างที่อยู่ใต้พื้นโลก เขาหล่นหายไปหรือไม่” คำถามของเด็กมีคำ ตอบ แต่หากผู้ใหญ่บอกเล่าเพียงให้เด็กทราบว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะโลกมีแรงโน้มถ่วง การบอกเช่นนั้นไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะเด็กบอกไม่เห็นแรงโน้มถ่วง แต่หากเด็กได้มีโอกาสตรวจสอบเรื่องนี้จากกิจกรรมง่ายๆ ที่ครูหรือพ่อแม่จัดให้เด็กได้กระทำ จนเกิดเป็นความเข้าใจในเหตุและเห็นผลสอดคล้องกัน จะเป็นการส่งเสริมความคิด ทัศนคติที่ดีและเกิดทักษะที่จำเป็นในการแสวงหาความรู้ต่อๆไปอีกให้แก่เด็ก การจัดกิจกรรมการเรียนให้เด็กเรื่องแรงโน้มถ่วงจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้

สอนลูกเรื่องไฟฉาย 
ชื่อบทความ สอนลูกเรื่องไฟฉาย 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปุบผา เรืองรอง 


การสอนลูกเรื่องไฟฉาย(Teaching Children about Flashlight) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เครื่องทำความสว่างประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญคือ จานฉายรูปโค้งสำหรับสะท้อนแสงและหลอดไฟฟ้า ซึ่งบรรจุอยู่ในเรือนกรอบกับสิ่งให้พลังงานที่ก่อให้เกิดแสงสว่าง และหลอดไฟซึ่งบรรจุอยู่ในกรอบกับสิ่งให้พลังงานก่อให้เกิดแสงสว่าง มีหลายชนิด ชนิดที่ถือติดตัวไปมาได้มักทำในรูปกระบอก ทั้งนี้เพราะการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นเรื่องจำเป็นในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เจริญเติบโตเป็นเด็กที่มีคุณภาพ กล่าวคือเป็นผู้ที่พัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญาได้อย่างเหมาะสมตามวัย ในยุคปัจจุบันสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กปฐมวัยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านเทคโนโลยี มีผลให้เกิดมีเครื่องใช้ที่จำเป็นและอำนวยความสะดวกสบายให้คนเรา ดังนั้น การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และวิธีใช้เครื่องเทคโนโลยีบางชนิดให้แก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น ดังเช่น ไฟฉาย ที่คนเราสร้างสรรค์ขึ้น มา เป็นเครื่องใช้ที่ให้แสงสว่างซึ่งเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการนำเรื่องไฟฉายมาจัดกิจกรรมให้แก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรสูตร

การนำไปประยุกต์ใช้
-สามารถนำเอาการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนไปประยุกต์ใช้กับเด็กปฐมวัยได้จริงๆโดยสามารถหาอุปกรณ์ที่อยู่รอบๆตัวเด็กมาประดิษฐ์เป็นของเล่นวิทยาศาสตร์ได้
-การนำเสนอบทความของเพื่อนสามารถนำไปบูรณานาการการเรียนการสอนในการจัดการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยได้

เทคนิคการสอน

อาจารย์มีเทคนิคการสอนการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในวิธีที่ง่ายๆ โดยอาจารย์จะให้นักศึกษาลองประดิษฐ์ผลงานของตนเอง โดยที่อาจารย์จะไม่บังคับให้กับนักศึกษาเเต่อาจารย์จะบอกขั้นตอนการประดิษฐ์ให้กับนักศึกษาทำตามขั้นตอนที่อาจารย์บอกเเต่อาจารย์ให้นักศึกษาไปคิดว่า สื่อการเรียนชนิดนนี้มีเเนวคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างไร

การประเมิน(Evaluation)

อาจารย์:อาจารย์มีความพร้อมในการเรียนการสอน อาจารย์เตรียมอุปกรณ์มาให้นักศึกษาทำกิจกรรมในการเรียนการสอน อาจารย์ถามนักศึกษาที่นำเสนอบทความเเละอาจารย์ถามเพื่อนๆว่ามีความรู้ความเข้าใจกับบทความของเพื่อนที่นำเสนอไปไหม

ตนเอง:ตั้งใจทำกิจกรรมประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์แต่ผลงานออกมาไม่ค่อยดีเท่าไรคะ เพื่อนนำเสนอบทความตั้งใจฟังเพื่อนๆ

เพื่อน:เพื่อนๆตั้งใจทำสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ และเพื่อนๆบางคนมีการจดบันทึกเวลาเพื่อนนำเสนอบทความและตอบคำถามเวลาอาจารย์ถามด้วย












วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 6 27 September 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

19 September 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.

กิจกรรมที่ 1
ความรู้ที่ได้รับ(The Knowledge gained) 
ประดิษฐ์สื่อการสอนวิทยาศาสตร์จากอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวเด็กๆ
อุปกรณ์ 
1. paper 
2. Scissors
3. paper clip 


How Do
1.เตรียมกระดาษ(paper) 1 แผ่น ขนาด 3*4
2.แบ่งกระดาษทางยาวเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน
3.เลือกระดาษมา 1 แผ่น เเล้วพับครึ่ง
4.กำหนดให้เเถว 1-2 ตัดกระดาษให้ไปถึงปลายด้านใดด้านด้านหนึ่ง และแถวที่ 3-5 ให้ตัดส่วนใดส่วน 1
 ใน 4
5.พับปลายกระดาษ(paper)ด้านที่ไม่ตัดขึ้นมา  1 เซนติเมตร ที่พับไว้
6.เอาลวดหนีบกระดาษ(paper clip) มาหนีด้านปลายกระดาษ







กิจกรรมที่ 2 
บทความ
เพื่อนๆนำเสนอบทความ

ดอกอัญชันทดสอบกรด-ด่าง

เรื่องวิทยาศาสตร์และการทดลอง
ชื่อบทความ ดอกอัญชันทดสอบกรด-ด่าง

สารเคมีต่างๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของกินของใช้ประจำบ้านเรา เช่น ผงซักฟอก สบู่ก้อน น้ำยาล้างจาน น้ำส้มสายชู บางอย่างก็มี
ความเป็นกรด(รสเปรี้ยว) บางอย่างเป็นด่าง(รสฝาด) เราสามารถทดสอบกรด-ด่างได้อย่างปลอดภัยไม่ต้องชิมรส ..ก็ของบางอย่าง
กินไม่ได้นี่นา เริ่มการทดลองกันเลย
สิ่งที่ต้องใช้         
1.      ดอกอัญชัน(สีน้ำเงิน)  15 ดอก
2.      นำร้อน
3.      ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบ เช่น สบู่ก้อนต้ดเป็นชิ้นเล็กๆ น้ำมะนาว ผงซักฟอก น้ำส้มสายชู น้ำยา ล้างจาน
วิธีทดลอง 
·         นำดอกอัญชันมาแช่ในน้ำร้อนสักครู่ จะสังเกตว่ามีสีน้ำเงินละลายออกมาจากกลีบดอกทิ้งไว้จนกลีบดอกซีดจึงตักขึ้น
·         นำน้ำสีน้ำเงินที่ได้แบ่งใส่แก้วใสตามจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบ และอย่าลืมเหลือสีเดิมไว้เปรียบเทียบด้วยนะ
·         ติดป้ายชื่อผลิตภัณฑ์ บนแก้วแต่ละใบเพื่อจะได้ไม่สับสนตอนบันทึกผลการทดลอง
·         เติมสารเคมีที่ต้องการทดสอบ 1 ช้อนชา ลงไปในแก้วแต่ละใบ แล้วคนให้เข้ากัน
เพราะอะไรกันนะ
            น้ำสีน้ำเงินของดอกอัญชัน สามารถเป็นอินดิเคเตอร์ วัดความเป็นกรด-ด่างได้ โดยสารที่เป็นกรดจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง
สารที่เป็นด่างจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียว
 วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ชื่อบทความ วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ผู้เเต่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ไสยวรรณ
แหล่งข้อมูล
วิทยาศาสตร์หมายถึงการสืบค้นและอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและร่างกายมนุษย์ หรือวิทยาศาสตร์หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในธรรมชาติ โดยได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างมีขั้นตอนและมีระเบียบแบบแผน ความรู้ของข้อมูลต่างๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นจากการค้นพบใหม่ที่เป็นปัจจุบันและที่ดีกว่าคือ ตัวอย่างและข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่สามารถทดสอบได้ มีขอบเขต มีระเบียบกฎเกณฑ์ มีการสังเกตการจดบันทึกการตั้งสมมติฐาน และอื่นๆ วิทยาศาสตร์มีขอบข่ายการศึกษาค่อนข้างกว้างขวาง แต่โดยสรุปแล้วก็คือ การศึกษาธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งอาศัยกระบวนการค้นคว้าหาความรู้ที่มีขั้นตอนเป็นระเบียบแบบแผนตั้งแต่สมัยโบราณ มนุษย์พยายามเรียนรู้ทำความเข้าใจและอธิบายธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา อันได้แก่ พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง และปรากฏการณ์ต่างๆ จนนำไปสู่การกำหนดหลักการ กฎเกณฑ์ และทฤษฏี อันเป็นรากฐานของการศึกษาค้นคว้าแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้ศึกษาธรรมชาติและพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต แล้วสรุปเป็นทฤษฎีวิวัฒนาการ แอลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ศึกษาความธรรมชาติและความสัมพันธ์ของสสารกับพลังงาน จนได้มาเป็นทฤษฎีวิวัฒนาการ เป็นต้น

สอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children About Weather)

ชื่อบทความ สอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children About Weather)
               
                  
                   การสอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children about weather) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงส่วนผสมของก๊าซต่างๆและไอน้ำ รู้คุณสมบัติของอากาศว่าไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ก๊าซที่มีอยู่มากและจำเป็นต่อสิ่งที่มีชีวิตคือก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราทุกหนทุกแห่ง อากาศมีอยู่ในบ้านและบริเวณ มีอยู่ในโรงเรียน บริเวณรอบโรง เรียน กลางป่า เขา ชายทะเล แม่น้ำ น้ำตก สวน และอื่นๆ
                 เด็กปฐมวัยเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย เด็กมักจะมีคำถามอยู่เสมอ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น เรารู้ได้อย่างไร เมื่อเด็กมีความสนใจธรรมชาติรอบตัว คำถามที่ต้องการให้ผู้ใหญ่ตอบมีหลายเรื่อง รวมทั้งสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น คืออากาศ เด็กมีคำถามเสมอว่า อากาศ คืออะไร มาจากไหน ทำไมหนูจับไม่ได้ วันนี้หนูอยากอาบน้ำเพราะร้อนมาก ๆ ทำไมเป็นอย่างนั้น หนูชอบวิ่งเล่นใต้ต้นไม้ เพราะเย็นกว่าในห้อง ทำไมเป็นเช่นนั้น ทำไมบางครั้งลมพัดเร็วมากจนโค่นต้นไม้หักลงมาได้ ทำไมลมพัดเร็วช้าไม่เหมือนกัน ลมพัดได้เร็วเพียงใด คำถามที่น่าสนใจของเด็ก จึงควรนำมาจัดเป็นกิจ กรรมเรียนรู้สำหรับเด็ก เรื่องอากาศ เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็ก และเมื่อเด็กได้รับการตอบสนองให้สืบค้นหาคำตอบ เด็กจะรู้สึกสบายใจที่ได้รับการตอบสนอง จึงเป็นการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็กอีกด้วย

ฝึกทักษะสังเกต....นำลูกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ชื่อเรื่อง ฝึกทักษะสังเกต....นำลูกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ทักษะการสังเกตเป็นหนึ่งในทักษะขั้นพื้นฐานและจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์  การสังเกต (Observation) หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อต้องการรู้รายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ ที่จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่มากขึ้นและเด็กจะเก็บเป็นข้อมูลหรือประสบการณ์ต่อไป  จึงพูดได้อีกอย่างว่าสำหรับสำหรับเด็กๆ แล้วการสังเกตจะเกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้านั่นเอง  และจากประสบการณ์ที่ได้รับจะทำให้การสังเกตของเด็กพัฒนาขึ้น การสังเกตสามารถกลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่มีคุณค่าในที่สุด
ส่งเสริมทักษะการสังเกตผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
  ฝึกสังเกตด้วย จมูก  
  ฝึกสังเกตด้วย ลิ้น  
  ฝึกสังเกตด้วย ผิวหนัง
  ฝึกสังเกตด้วย ตา
  ฝึกสังเกตด้วย หู


กิจกรรมที่ 3 

อาจารย์ตรวจเเผนการสอนของนักศึกษาในแต่ละกลุ่ม โดยอาจารย์ให้คำเเนะนำกับนักศึกษาให้ไปเเก้แผนการสอนของเเต่ละกลุ่มควรจะต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง  ในการเขียนแผนการสอนจะต้องคำนึงถึงการจัดการเรียนการสอนที่อยู่ในเเบบอุปนัยหรือนิรนัย ในการเขียนแผนจะต้องคำนึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย


แผนการสอน












การนำไปประยุกต์ใช้

-สามารถนำการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนที่ง่ายๆไปลงมือปฏิบัติกับเด็กได้จริง เพราะอุปกรณ์การทำสื่อการเรียนการสอนที่หาได้ง่ายๆ เพราะอยู่สิ่งของต่างๆอยู่รอบๆตัวเด็ก
-การเรียนการสอนครั้งนี้ทำให้ดิฉัน สามารถนำแผนการสอนไปบูราณาการในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กปฐมวัยได้จริง


เทคนิคการสอน

อาจารย์มีเทคนิคในการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนที่ง่ายไม่ซับซ้อน และมีเทคนิคในการนำกิจกรรมเข้าสู่บทเรียน อาจารย์อธิบายแผนการเรียนการสอนของเพื่อนโดยมีหน่วยดังนี้ หน่วยปลา 
หน่วยไก่ หน่วยกบ หน่วยกล้วย หน่วยส้ม หน่วยผีเสื้อ หน่วยแปรงสีฟัน หน่วยดอกมะลิ หน่วยกะหลำ่ปลี 

การประเมิน(Evaluation)

อาจารย์:อาจารย์มีความพร้อมในการเรียนการสอนที่ดี อาจารย์เตรียมอุปกรณ์ในการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอน อาจารย์อธิบายเกี่ยวกับเเผนการสอนให้นักศึกษาเข้าใจง่ายๆ เเละบอกวิธีการแก้ไขการเขียนแผนให้กับนักศึกษานำไปใช้ได้ในชีวิตประจำได้จริง

ตนเอง:ดิฉันเข้าตั้งใจห้องเรียนตรงต่อเวลา เเละตั้งประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอน  พร้อมจดบันทึกเนื้อหาสาระที่อาจารย์บอกเพิมเติ่ม

เพื่อน:เพื่อนๆตั้งใจทำสื่อการเรียนการสอน เเละเพื่อนบ้างคนมีการจดบันทึกการเรียนการสอนที่อาจารย์บอกเนื้อหาสาระสอนที่เพิมเติ่ม



















วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 5 19 September 2014


Recent Posts 

Science Experiences Management For Early Childhood

Teacher Jrintana   Suksamran

19 September 2014

Time 13.00 pm. to 16.00  pm.

วันนี้อาจารย์มีอุปกรณ์มาประกอบการเรียนการสอน ดฺฉันรู้สึกตื่นเต้นมากเลยเพราะไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไร 

อุปกรณ์ (Tool)
1.กระดาษ A4
2.ไม้เสียบลูกชิ้น 
3.Magic
4.Glue
5.Scoth tape


วิธีทำ(Step)
1.ให้ กระดาษมาแบ่งกัน 4 คนต่อ 1 แผ่น และพับครึ่ง
2.แล้ววาดรูปที่สัมพันธ์กันในเเต่ละด้าน
3.เสร็จแแล้ว เอา Scotch tape  ติดไม้กับกระดาษไว้ตรงกลางกระดาษด้านใดด้านหนึ่ง
4.เอา Scotch tape ติดรอบๆ แล้วหมุนดู

ผลงานสำเร็จ




ผลการทำกิจกรรม  
อาจารย์ให้นักศึกษาวาดภาพสิ่งของที่มีความสัมพันธ์กัน ดิฉันได้วาดรูป รองเท้ากับถุงเท้า จากการประดิษฐ์ผลงานเสร็จเเล้วอาจารย์ให้นักศึกษาลองหมุนผลงานของตนเอง ดิฉันลองหมุนผลงานของตนเองดู แล้วรู้สึกว่า รองเท้าจะไปอยู่ในถุงเท้า ทำให้มีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ คือ การเสียดสีโดยการหมุนเเละทำให้เกิดการรวมตัวของสิ่งของทั้ง  2 และในการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะส่งผลให้เด็กๆ เกิดการเรียนรู้โดยผ่านการลงมือกระทำด้วยตนเอง

ความรู้ที่ได้รับ (The Knowledge Gained)

-เพื่อนนำเสนอบทความที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
-ประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอน โดยใช้สิ่งของรวมๆตัวเด็ก
-รู้จักทักษะการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยมี 6 ทักษะ ดังนี้
 1.ทักษะการสังเกต
 2.ทักษะการจำแนก
 3.ทักษะการวัด
 4.ทักษะการสื่อความหมาย
 5.ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
 6.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปลกับเวลา

การนำไปประยุกต์ใช้

-สามารถนำเอากิจกรรมประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยไปลงมือกระทำกับเด็กปฐมวัยได้จริงๆ
-การสอนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยจะต้องคำนึงทักษะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในด้านต่างๆ ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง  เพราะจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยผ่านการทำกิจกรรม


ประเมิน(Evaluation)

อาจารย์: อาจารย์มีเทคนิคการเรียนการสอนที่เข้าใจง่าย โดยอาจารย์ยกตัวอย่างประกอบให้นักศึกษาเข้าใจง่ายยิ่ง อาจารย์มีวิธีการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนที่ง่ายๆที่สามารถนำเอาอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวเด็กมาประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนที่ทำไม่ยาก

ตนเอง : ตั้งใจประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนแต่ดิฉันวาดรูปออกมาไม่ค่อยดีซักเท่าไร  วันนี้ดิฉันตั้งใจจดบันทึกการเรียนการสอนเวลาอาจารย์บอกเกี่ยวกับเนื่้อหาสาระที่เกี่ยวกับวิชานี้และชวนตอบคำถามเวลาอาจรย์ถามด้วย

เพื่อน:เพื่อนเข้าห้องเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียนเเละพร้อมจดบันทึกการเรียนการสอน เพื่อนมีความสุขในการทำกิจกรรม