Recent Posts
Science Experiences Management For Early Childhood
Teacher Jrintana Suksamran
19 September 2014
Time 13.00 pm. to 16.00 pm.
กิจกรรมที่ 1
ความรู้ที่ได้รับ(The Knowledge gained)
ประดิษฐ์สื่อการสอนวิทยาศาสตร์จากอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวเด็กๆ
อุปกรณ์
1. paper
2. Scissors
3. paper clip
How Do
1.เตรียมกระดาษ(paper) 1 แผ่น ขนาด 3*4
2.แบ่งกระดาษทางยาวเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน
3.เลือกระดาษมา 1 แผ่น เเล้วพับครึ่ง
4.กำหนดให้เเถว 1-2 ตัดกระดาษให้ไปถึงปลายด้านใดด้านด้านหนึ่ง และแถวที่ 3-5 ให้ตัดส่วนใดส่วน 1
ใน 4
5.พับปลายกระดาษ(paper)ด้านที่ไม่ตัดขึ้นมา 1 เซนติเมตร ที่พับไว้
6.เอาลวดหนีบกระดาษ(paper clip) มาหนีด้านปลายกระดาษ
กิจกรรมที่ 2
บทความ
เพื่อนๆนำเสนอบทความ
ดอกอัญชันทดสอบกรด-ด่าง
เรื่องวิทยาศาสตร์และการทดลอง
ชื่อบทความ ดอกอัญชันทดสอบกรด-ด่าง
สารเคมีต่างๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของกินของใช้ประจำบ้านเรา
เช่น ผงซักฟอก สบู่ก้อน น้ำยาล้างจาน น้ำส้มสายชู บางอย่างก็มี
ความเป็นกรด(รสเปรี้ยว) บางอย่างเป็นด่าง(รสฝาด)
เราสามารถทดสอบกรด-ด่างได้อย่างปลอดภัยไม่ต้องชิมรส ..ก็ของบางอย่าง
กินไม่ได้นี่นา เริ่มการทดลองกันเลย
สิ่งที่ต้องใช้
1.
ดอกอัญชัน(สีน้ำเงิน) 15 ดอก
2. นำร้อน
3. ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบ เช่น
สบู่ก้อนต้ดเป็นชิ้นเล็กๆ น้ำมะนาว ผงซักฟอก น้ำส้มสายชู น้ำยา ล้างจาน
วิธีทดลอง
·
นำดอกอัญชันมาแช่ในน้ำร้อนสักครู่
จะสังเกตว่ามีสีน้ำเงินละลายออกมาจากกลีบดอกทิ้งไว้จนกลีบดอกซีดจึงตักขึ้น
·
นำน้ำสีน้ำเงินที่ได้แบ่งใส่แก้วใสตามจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบ
และอย่าลืมเหลือสีเดิมไว้เปรียบเทียบด้วยนะ
·
ติดป้ายชื่อผลิตภัณฑ์
บนแก้วแต่ละใบเพื่อจะได้ไม่สับสนตอนบันทึกผลการทดลอง
·
เติมสารเคมีที่ต้องการทดสอบ 1 ช้อนชา ลงไปในแก้วแต่ละใบ
แล้วคนให้เข้ากัน
เพราะอะไรกันนะ
น้ำสีน้ำเงินของดอกอัญชัน สามารถเป็นอินดิเคเตอร์
วัดความเป็นกรด-ด่างได้ โดยสารที่เป็นกรดจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง
สารที่เป็นด่างจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียว
วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ชื่อบทความ วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ผู้เเต่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ไสยวรรณ
แหล่งข้อมูล
วิทยาศาสตร์หมายถึงการสืบค้นและอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ
สภาพแวดล้อมและร่างกายมนุษย์ หรือวิทยาศาสตร์หมายถึง
ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในธรรมชาติ
โดยได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างมีขั้นตอนและมีระเบียบแบบแผน ความรู้ของข้อมูลต่างๆ
ที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นจากการค้นพบใหม่ที่เป็นปัจจุบันและที่ดีกว่าคือ
ตัวอย่างและข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่สามารถทดสอบได้ มีขอบเขต
มีระเบียบกฎเกณฑ์ มีการสังเกตการจดบันทึกการตั้งสมมติฐาน และอื่นๆ
วิทยาศาสตร์มีขอบข่ายการศึกษาค่อนข้างกว้างขวาง แต่โดยสรุปแล้วก็คือ
การศึกษาธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา
ซึ่งอาศัยกระบวนการค้นคว้าหาความรู้ที่มีขั้นตอนเป็นระเบียบแบบแผนตั้งแต่สมัยโบราณ
มนุษย์พยายามเรียนรู้ทำความเข้าใจและอธิบายธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา
อันได้แก่ พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง และปรากฏการณ์ต่างๆ จนนำไปสู่การกำหนดหลักการ
กฎเกณฑ์ และทฤษฏี อันเป็นรากฐานของการศึกษาค้นคว้าแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
เช่น ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้ศึกษาธรรมชาติและพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต
แล้วสรุปเป็นทฤษฎีวิวัฒนาการ แอลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ได้ศึกษาความธรรมชาติและความสัมพันธ์ของสสารกับพลังงาน จนได้มาเป็นทฤษฎีวิวัฒนาการ
เป็นต้น
สอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children About Weather)
ชื่อบทความ สอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children About Weather)
การสอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children about weather) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงส่วนผสมของก๊าซต่างๆและไอน้ำ รู้คุณสมบัติของอากาศว่าไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ก๊าซที่มีอยู่มากและจำเป็นต่อสิ่งที่มีชีวิตคือก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราทุกหนทุกแห่ง อากาศมีอยู่ในบ้านและบริเวณ มีอยู่ในโรงเรียน บริเวณรอบโรง เรียน กลางป่า เขา ชายทะเล แม่น้ำ น้ำตก สวน และอื่นๆ
เด็กปฐมวัยเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย เด็กมักจะมีคำถามอยู่เสมอ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น เรารู้ได้อย่างไร เมื่อเด็กมีความสนใจธรรมชาติรอบตัว คำถามที่ต้องการให้ผู้ใหญ่ตอบมีหลายเรื่อง รวมทั้งสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น คืออากาศ เด็กมีคำถามเสมอว่า อากาศ คืออะไร มาจากไหน ทำไมหนูจับไม่ได้ วันนี้หนูอยากอาบน้ำเพราะร้อนมาก ๆ ทำไมเป็นอย่างนั้น หนูชอบวิ่งเล่นใต้ต้นไม้ เพราะเย็นกว่าในห้อง ทำไมเป็นเช่นนั้น ทำไมบางครั้งลมพัดเร็วมากจนโค่นต้นไม้หักลงมาได้ ทำไมลมพัดเร็วช้าไม่เหมือนกัน ลมพัดได้เร็วเพียงใด คำถามที่น่าสนใจของเด็ก จึงควรนำมาจัดเป็นกิจ กรรมเรียนรู้สำหรับเด็ก เรื่องอากาศ เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็ก และเมื่อเด็กได้รับการตอบสนองให้สืบค้นหาคำตอบ เด็กจะรู้สึกสบายใจที่ได้รับการตอบสนอง จึงเป็นการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็กอีกด้วย
ฝึกทักษะสังเกต....นำลูกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชื่อเรื่อง ฝึกทักษะสังเกต....นำลูกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ทักษะการสังเกตเป็นหนึ่งในทักษะขั้นพื้นฐานและจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
การสังเกต (Observation)
หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน
ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับสิ่งที่ต้องการเรียนรู้
เพื่อต้องการรู้รายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ ที่จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่มากขึ้นและเด็กจะเก็บเป็นข้อมูลหรือประสบการณ์ต่อไป
จึงพูดได้อีกอย่างว่าสำหรับสำหรับเด็กๆ
แล้วการสังเกตจะเกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้านั่นเอง และจากประสบการณ์ที่ได้รับจะทำให้การสังเกตของเด็กพัฒนาขึ้น
การสังเกตสามารถกลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่มีคุณค่าในที่สุด
ส่งเสริมทักษะการสังเกตผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
ฝึกสังเกตด้วย จมูก
ฝึกสังเกตด้วย ลิ้น
ฝึกสังเกตด้วย ผิวหนัง
ฝึกสังเกตด้วย ตา
ฝึกสังเกตด้วย หู
กิจกรรมที่ 3
อาจารย์ตรวจเเผนการสอนของนักศึกษาในแต่ละกลุ่ม โดยอาจารย์ให้คำเเนะนำกับนักศึกษาให้ไปเเก้แผนการสอนของเเต่ละกลุ่มควรจะต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง ในการเขียนแผนการสอนจะต้องคำนึงถึงการจัดการเรียนการสอนที่อยู่ในเเบบอุปนัยหรือนิรนัย ในการเขียนแผนจะต้องคำนึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
การนำไปประยุกต์ใช้
-สามารถนำการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนที่ง่ายๆไปลงมือปฏิบัติกับเด็กได้จริง เพราะอุปกรณ์การทำสื่อการเรียนการสอนที่หาได้ง่ายๆ เพราะอยู่สิ่งของต่างๆอยู่รอบๆตัวเด็ก
-การเรียนการสอนครั้งนี้ทำให้ดิฉัน สามารถนำแผนการสอนไปบูราณาการในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กปฐมวัยได้จริง
เทคนิคการสอน
อาจารย์มีเทคนิคในการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนที่ง่ายไม่ซับซ้อน และมีเทคนิคในการนำกิจกรรมเข้าสู่บทเรียน อาจารย์อธิบายแผนการเรียนการสอนของเพื่อนโดยมีหน่วยดังนี้ หน่วยปลา
หน่วยไก่ หน่วยกบ หน่วยกล้วย หน่วยส้ม หน่วยผีเสื้อ หน่วยแปรงสีฟัน หน่วยดอกมะลิ หน่วยกะหลำ่ปลี
การประเมิน(Evaluation)
อาจารย์:อาจารย์มีความพร้อมในการเรียนการสอนที่ดี อาจารย์เตรียมอุปกรณ์ในการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอน อาจารย์อธิบายเกี่ยวกับเเผนการสอนให้นักศึกษาเข้าใจง่ายๆ เเละบอกวิธีการแก้ไขการเขียนแผนให้กับนักศึกษานำไปใช้ได้ในชีวิตประจำได้จริง
ตนเอง:ดิฉันเข้าตั้งใจห้องเรียนตรงต่อเวลา เเละตั้งประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอน พร้อมจดบันทึกเนื้อหาสาระที่อาจารย์บอกเพิมเติ่ม
เพื่อน:เพื่อนๆตั้งใจทำสื่อการเรียนการสอน เเละเพื่อนบ้างคนมีการจดบันทึกการเรียนการสอนที่อาจารย์บอกเนื้อหาสาระสอนที่เพิมเติ่ม